อายุ 41 ปี ยังวิ่งพล่านเต็มสนาม! เจาะเบื้องหลังความฟิตระดับอสูรกายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อายุ 41 ปี ยังวิ่งพล่านเต็มสนาม! เจาะเบื้องหลังความฟิตระดับอสูรกายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ดู 33 ครั้ง 33

อายุ 41 ปี ยังวิ่งพล่านเต็มสนาม! เจาะเบื้องหลังความฟิตระดับอสูรกายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อายุ 41 ปี ยังวิ่งอยู่เต็มสนาม ไม่ใช่แค่วิ่ง แต่วิ่งในระดับที่คนอายุ 20 กว่าส่วนใหญ่ยังตามไม่ทัน อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ที่ 43 ครั้งต่อนาที ติด Top 1% ของประชากรโลก และ Top 3% ในกลุ่มนักกีฬาอาชีพ คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่คือเขาทำได้อย่างไรในวัยนี้

 

คนส่วนใหญ่ตอบว่าเพราะซ้อมหนัก แต่นั่นเป็นแค่ครึ่งเดียวของความจริง

ฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่น — ความลับจากข้อมูลจริง 646 วัน

ข้อมูลจาก วูพ (WHOOP) อุปกรณ์ติดตามร่างกายที่โรนัลโด้สวมใส่ต่อเนื่อง 646 วันโดยไม่ถอด เผยให้เห็นว่าความเครียดสะสม (Strain Score) ของเขาพุ่งสูงถึง 14.9 จาก 21 คะแนนในทุกวัน ซึ่งถือว่าหนักมาก แต่ค่าการฟื้นตัว (Recovery) ของเขาอยู่ในโซนสีเขียวสูงถึง 51%

เฮียโด้ซ้อมเหนื่อยไม่แพ้ใคร แต่ร่างกายรีเซ็ตและฟื้นตัวเองได้เร็วกว่าทุกคน

 

เปลี่ยนกฎการนอนด้วย R90 Protocol

เขาไม่ได้นอน 8 ชั่วโมงรวดเหมือนคนทั่วไป แต่ใช้ระบบที่เรียกว่า R90 Protocol คิดค้นโดย นิค ลิตเทิลเฮลส์ โค้ชด้านการนอนระดับโลก หลักคิดคือเปลี่ยนจากการโฟกัสว่า 'นอนกี่ชั่วโมง' มาเป็น 'นอนกี่รอบ'

หนึ่งรอบการนอนเท่ากับ 90 นาที โรนัลโด้นอนให้ครบ 5 รอบต่อวัน รวม 7.5 ชั่วโมง แต่ไม่จำเป็นต้องนอนรวดเดียว บางวันนอนกลางคืน 4 รอบแล้วงีบช่วงบ่ายอีก 1 รอบ เมื่อร่างกายได้รอบครบ ประสิทธิภาพการฟื้นตัวก็เท่ากัน

 

รูทีนยามเช้าที่คิดมาแล้วทุกขั้นตอน

ก่อนนอนเขาไม่แตะโทรศัพท์ และเมื่อตื่น เขาทำตามลำดับนี้เพื่อตั้งค่านาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm)

ลำดับรูทีนเช้าของโรนัลโด้

อาบน้ำเย็น — กระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวทันที

ออกรับแสงแดด — รีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย

ดื่มกาแฟทีหลัง — ปล่อยให้ Cortisol พุ่งตามธรรมชาติใน 90 นาทีแรกก่อน ดื่มเร็วเกินไปทำให้ระบบดื้อคาเฟอีน

ลำดับพวกนี้ไม่ใช่การสร้างภาพไลฟ์สไตล์สวยๆ มันคือโปรโตคอลทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการคำนวณมาแล้วทั้งหมด

 

ฝึกจิตใต้สำนึกก่อนลงเหยียบผืนหญ้า

นอกจากร่างกาย สิ่งที่น่าทึ่งไม่แพ้กันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเขา โรนัลโด้ฝึกควบคุมลมหายใจให้ช้าลงก่อนแข่งขันทุกนัด เพื่อดึงอัตราการเต้นของหัวใจให้ต่ำลง ทำบ่อยจนกลายเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติของร่างกาย

นอกจากนั้นเขายังฝึก Visualization ไม่ใช่แค่นึกภาพตัวเองยิงประตูสวยๆ แต่จำลองสถานการณ์ยากๆ ล่วงหน้าเพื่อให้สมองรู้วิธีรับมือก่อนที่มันจะเกิดจริง บางครั้งเขาบอกเพื่อนร่วมทีมล่วงหน้าว่าจะมีจุดโทษในเกม แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการตัดสินใจของคนที่ต้องการควบคุมทุกปัจจัยที่ควบคุมได้ ตั้งแต่อุณหภูมิห้องนอน ความหนาของหมอน เวลาจิบกาแฟ ไปจนถึงจังหวะการหายใจ พรสวรรค์อาจเป็นสิ่งที่ฟ้าให้มา แต่การเลือกนอนกี่รอบ การเลือกควบคุมตัวเองในทุกวินาที นั่นคือสิ่งที่มนุษย์เลือกเองล้วนๆ

อ่านเพิ่มเติม