ปืนคืนบัลลังก์แชมป์ลีกในรอบ 22 ปี
อาร์เซน่อลกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังอังกฤษได้สำเร็จ หลังผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสเปนที่ใช้เวลาหลายปีในการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ จากสโมสรที่เคยเต็มไปด้วยคำถาม วันนี้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของฤดูกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดเก็บชัยในเกมสำคัญ ทำให้อาร์เซน่อลการันตีตำแหน่งแชมป์ทันที และถือเป็นการยุติการรอคอยอันยาวนานนับตั้งแต่ปี 2004 ได้อย่างยิ่งใหญ่
เส้นทางตลอดฤดูกาลของอาร์เซน่อลไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะพวกเขาเคยถูกมองว่าจะพลาดแชมป์อีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังพ่ายให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน จนหลายฝ่ายเชื่อว่าทีมเริ่มเสียความมั่นใจ แต่คำพูดของ เดแคลน ไรซ์ ที่ยืนยันว่า “ทุกอย่างยังไม่จบ” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากนั้นอาร์เซน่อลเดินหน้าคว้าชัย 4 นัดรวดแบบไม่เสียประตู แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าหลายฤดูกาลที่ผ่านมา และนั่นคือคุณสมบัติสำคัญของทีมแชมป์อย่างแท้จริง
อีกปัจจัยที่ทำให้อาร์เซน่อลไปถึงฝั่งฝัน คือเกมรับอันเหนียวแน่น ดาบิด รายา นายทวารมือหนึ่งของทีม ทำสถิติเก็บคลีนชีตได้ถึง 19 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดของสโมสรที่ เดวิด ซีแมน เคยทำเอาไว้ แนวรับของทีมยังเสียประตูน้อยที่สุดในลีก ขณะเดียวกันลูกตั้งเตะก็กลายเป็นอาวุธร้ายที่ช่วยตัดสินเกมสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกเตะมุมที่สร้างประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แม้จะถูกวิจารณ์จากบางฝ่าย แต่ อาร์เตต้า มองว่านี่คือรายละเอียดที่ทำให้ทีมแตกต่างจากคู่แข่ง
ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์จากการวางรากฐานระยะยาวตั้งแต่ อาร์เตต้า เข้ามาคุมทีมในเดือนธันวาคม 2019 จากวันที่อาร์เซน่อลถูกล้อว่าเป็นทีมที่มักพังในช่วงท้าย วันนี้พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนระยะได้จนถึงเส้นชัย เสียงวิจารณ์จากคนอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ที่เคยตั้งคำถามว่าอาร์เซน่อลจะไม่มีทางเป็นแชมป์ หากยังชนะทีมใหญ่ไม่ได้ ก็ถูกลบหายไปพร้อมกับถ้วยแชมป์ลีกที่กลับคืนสู่ถิ่นลอนดอนเหนืออีกครั้ง และครั้งนี้แฟนบอลปืนใหญ่คงเชื่อเต็มหัวใจแล้วว่า ยุคใหม่ของอาร์เซน่อลได้เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ