60 ปีแห่งความเจ็บปวดของอังกฤษ เกือบได้แชมป์ทุกครั้ง แต่ชวดทุกสมัย
1966 — ชัยชนะครั้งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงฝันมาถึงทุกวันนี้
ก่อนจะพูดถึงความเจ็บปวด ต้องย้อนไปจุดเริ่มต้นของความคาดหวังก่อน ในปี 1966 อังกฤษคว้าแชมป์โลกได้ที่บ้านตัวเองในสนาม เวมบลีย์ และนั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาทำได้ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทุกทัวร์นาเมนต์คือความหวัง แต่ก็ตามมาด้วยโศกนาฏกรรมแปลกๆ ที่ทำให้ชวดแชมป์เสมอ
1986 — "หัตถ์พระเจ้า" และลูกยิงแห่งศตวรรษ
ฟุตบอลโลกปี 1986 ที่เม็กซิโก อังกฤษดวลกับ อาร์เจนติน่า ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง เกมนั้น ดีเอโก้ มาราโดน่า ยิงประตูด้วยการใช้มือปัดบอลเข้าประตู หรือที่เรียกกันว่า "หัตถ์พระเจ้า" (Hand of God) ก่อนจะโชว์ลากเลื้อยครึ่งสนามเข้าไปยิงลูกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษ อังกฤษแพ้ 2-1 ตกรอบไปแบบเจ็บใจเพราะยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีช่วยตัดสิน
1990 — น้ำตาของ กัสกอยน์ และจุดเริ่มต้นคำสาปจุดโทษ
ฟุตบอลโลกปี 1990 ที่อิตาลี อังกฤษทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศชนกับ เยอรมนีตะวันตก เกมเสมอในเวลา 1-1 แต่พอถึงช่วงดวลจุดโทษ สจ๊วต เพียร์ซ และ คริส วอดเดิล ยิงพลาด อังกฤษตกรอบทันที ภาพ พอล กัสกอยน์ ร้องไห้โฮในคืนนั้นกลายเป็นภาพจำของคนทั้งประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคกลัวจุดโทษที่หลอกหลอนพวกเขามาหลายทศวรรษ
1996 — เซาธ์เกต พลาดจุดโทษ และความช้ำคาบ้าน
ในศึก ยูโร 1996 อังกฤษเป็นเจ้าภาพ แฟนบอลร้องเพลง "อิตส์ คัมมิ่ง โฮม" กันลั่นประเทศ แต่ในรอบรองชนะเลิศที่เจอคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เยอรมนี เกมยืดเยื้อไปถึงการดวลจุดโทษอีกครั้ง และคนทีลุกมายิงพลาดคนสุดท้ายคือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ส่งอังกฤษตกรอบคาบ้านตัวเอง ซึ่งความผิดพลาดในวันนั้นกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้งในฐานะกุนซือในอนาคต
1998 — โอเว่น แจ้งเกิด แต่ เบ็คแฮม โดนใบแดง
ฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศส เด็กนรก ไมเคิล โอเว่น โชว์กระชากครึ่งสนามเข้าไปซัดประตูสุดมหัศจรรย์ใส่ อาร์เจนติน่า แต่เกมเดียวกันนั้น เดวิด เบ็คแฮม ดันไปฟิวส์ขาดเตะนอกเกมใส่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ จนโดนใบแดงไล่ออก อังกฤษเหลือ 10 คน ยื้อสุดชีวิตก่อนจะแพ้จุดโทษตกรอบไปตามระเบียบ
2006 — นัดที่ไม่มีลูกยิงเข้ากรอบเลยใน 90 นาที
ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมนี อังกฤษยุค "โกลเดน เจนเนอเรชั่น" เจอ โปรตุเกส ในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดนี้ดราม่าเพียบ ทั้ง เวย์น รูนีย์ โดนใบแดงไล่ออก และสถิติสุดบูดคืออังกฤษไม่มีลูกยิงเข้ากรอบเลยตลอด 90 นาที ก่อนจะไปแพ้จุดโทษชวนหัวจะปวด 3-1
2010 — ประตูผีสิงของ แลมพาร์ด
ฟุตบอลโลกปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ เกิดโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนบอลอังกฤษแค้นฝังหุ่น เมื่อ แฟรงก์ แลมพาร์ด สับไกยิงบอลชนคานเด้งข้ามเส้นประตู เยอรมนี เข้าไปเต็มใบ แต่ผู้ตัดสินและไลน์แมนกลับมองไม่ทันและไม่ให้เป็นประตู จากที่ควรจะตีเสมอเป็น 2-2 สุดท้ายอังกฤษสติแตกแพ้ไป 4-1 ตกรอบแบบค้านสายตาคนทั้งโลก
2018 ถึง 2024 — ยุคของ เซาธ์เกต กับฝันร้ายซ้ำซาก
-
ปี 2018: ใกล้แชมป์โลกที่สุดในรอบหลายปี แต่ไปแพ้ โครเอเชีย ช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ
-
ยูโร 2020 (แข่งปี 2021): เข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 55 ปี แต่ดันไปแพ้จุดโทษ อิตาลี คาเวมบลีย์ต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง
-
ยูโร 2024: พาอังกฤษเข้าชิงได้อีกครั้ง แต่โดน สเปน ยิงประตูชัยนาทีสุดท้าย แพ้ไป 1-2 จนเซาธ์เกตทนกระแสวิจารณ์ไม่ไหว ต้องลาออกทันที
2026 — บทใหม่ภายใต้การนำของ โทมัส ทูเคิล
ในศึกฟุตบอลโลก 2026 นี้ อังกฤษเริ่มต้นยุคใหม่ด้วยการตั้งโค้ชชาวเยอรมันอย่าง โทมัส ทูเคิล เข้ามาคุมทัพ โดยพวกเขามีคิวประเดิมสนามนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มเจอโจทก์เก่าอย่าง โครเอเชีย ที่เมืองดัลลาส ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้
60 ปีที่ผ่านมากับความเจ็บปวดสารพัดรูปแบบ ทั้งหัตถ์พระเจ้า, น้ำตาเสี่ยกัซ, ฝันร้ายจุดโทษ และลูกยิงข้ามเส้นที่ไม่นับ... ไม่แน่ว่าปี 2026 นี้ ภายใต้แท็กติกสุดเคี่ยวของทูเคิล เพลง "อิตส์ คัมมิ่ง โฮม" อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องตลกขบขันอีกต่อไป แต่มันอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้!