มาดริดวางหมากขาย "นิโก้ ปาซ" แต่ยังคุมอนาคตนักเตะเต็มตัว
อนาคตของ นิโก้ ปาซ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของตลาดนักเตะ หลังมีรายงานว่า เรอัล มาดริด กำลังวางแผนดีลรูปแบบพิเศษกับ โคโม ที่แตกต่างจากการขายนักเตะทั่วไป แม้ก่อนหน้านี้ "ราชันชุดขาว" จะมีแผนใช้ออปชั่นดึงดาวรุ่งรายนี้กลับสู่ถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว จากผลงานอันโดดเด่นในอิตาลี แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปเมื่อได้รับแจ้งว่านักเตะยังไม่ต้องการกลับมาสู้แย่งตำแหน่งในเวลานี้ ส่งผลให้สโมสรต้องปรับแผนใหม่ทันที โดยเป้าหมายสำคัญคือรักษาสิทธิ์ในการควบคุมอนาคตของแข้งวัยหนุ่มเอาไว้ พร้อมตอบสนองความต้องการของตัวนักเตะให้ได้มากที่สุด
รายงานระบุว่า เรอัล มาดริด ยังไม่ได้ใช้ออปชั่นซื้อกลับตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่กำลังเจรจากับ โคโม เพื่อขายสิทธิ์การถือครองที่เหลือด้วยมูลค่า 60 ล้านยูโร ซึ่งตีมูลค่านักเตะรวมไว้ราว 120 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ได้หมายความว่ามาดริดจะปล่อยขาด เพราะสโมสรจะใส่ออปชั่นซื้อกลับในปีหน้าด้วยค่าตัวประมาณ 80 ล้านยูโร พร้อมสิทธิ์ยื่นข้อเสนอเทียบเท่าทีมอื่นเป็นลำดับแรก หากในอนาคตมีสโมสรใดต้องการคว้าตัว นิโก้ ปาซ ไปร่วมทีม นั่นทำให้มาดริดยังเป็นฝ่ายกุมชะตาของนักเตะแทบทุกทางเลือก แม้จะได้รับเงินก้อนโตจากการทำธุรกิจครั้งนี้ก็ตาม
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การดำเนินการครั้งนี้ต้องรอบคอบ คือกฎของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติที่เข้มงวดเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะในตลาดเดียวกัน โดยเฉพาะกรณีที่เรียกว่า "การซื้อขายแบบสะพาน" ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงค่าชดเชยด้านการพัฒนานักเตะ หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ดังนั้น มาดริดจึงเลือกวางโครงสร้างดีลให้สอดคล้องกับกฎทุกประการ พร้อมเปิดทางให้ โคโม ได้ใช้งานนักเตะต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ก่อนที่สโมสรจากสเปนจะพิจารณาดึงตัวกลับมาในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ในมุมของเรอัล มาดริด นี่ถือเป็นการบริหารทรัพย์สินที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงจากการถือสิทธิ์นักเตะในระยะสั้นแล้ว ยังสามารถสร้างรายรับจำนวนมหาศาล พร้อมรักษาโอกาสในการเรียกตัวกลับมาร่วมทีมได้ทุกเมื่อ ขณะที่ นิโก้ ปาซ ก็จะได้รับเวลาในการพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่องกับ โคโม ก่อนก้าวสู่เวทีใหญ่ในอนาคต หากดีลนี้สำเร็จจริง จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการวางแผนตลาดนักเตะที่ซับซ้อน แต่มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง