ผู้จัดการทีมในตำนาน: จาก เซอร์ อเล็กซ์ ถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้จัดการทีมในตำนาน: จาก เซอร์ อเล็กซ์ ถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
ดู 127 ครั้ง 127

ผู้จัดการทีมในตำนาน: จาก เซอร์ อเล็กซ์ ถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

1. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน: ราชาแห่งแมนเชสเตอร์

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ตลอด 26 ปีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1986–2013) เขาพาทีมคว้าแชมป์รวมถึง 38 รายการ

  • ผลงานเด่น: แชมป์ พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอ คัพ 5 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย (1999, 2008)

  • ปรัชญา: เฟอร์กูสันเชื่อในการพัฒนาเยาวชนและการสร้างจิตวิญญาณนักสู้ "ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีด" จนเกิดนิยามคำว่า "เฟอร์กี้ ไทม์"

  • จุดเด่น: การทำ แมน-แมนเนจเมนต์ (การบริหารคน) ที่เด็ดขาด เขาสร้างทีมแชมป์ได้ทุกยุค ตั้งแต่ชุด คลาส ออฟ 92 (เบ็คแฮม, กิ๊กส์, สโคลส์) ไปจนถึงยุคของ โรนัลโด้ และ รูนี่ย์

 

2. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า: นักปฏิวัติยุทธวิธี

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คือผู้ที่เปลี่ยนวิธีคิดในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ จากกองกลางระดับมันสมองสู่ผู้จัดการทีมที่สร้างปรากฏการณ์ "ฟุตบอลสมบูรณ์แบบ"

  • บาร์เซโลน่า (2008–2012): สร้างสไตล์ ติ๊กกี้-ตาก้า ที่เน้นการครองบอลและส่งบอลสั้นที่แม่นยำ จนคว้า 6 แชมป์ในปีเดียว

  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2016–ปัจจุบัน): สร้างประวัติศาสตร์พาทีมคว้า ทรีเบิลแชมป์ (3 แชมป์ใหญ่) ในปี 2023 และทำสถิติเก็บ 100 คะแนนเต็มในลีก

  • นวัตกรรม: เขาแนะนำให้โลกรู้จักกับ อินเวิร์ต ฟูลแบ็ก (แบ็กที่ขยับมาเล่นกลาง) และการใช้ ฟอลส์ ไนน์ (หน้าเป้าหลอก) ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นเกมหมากรุกที่ซับซ้อน

 

3. โชเซ่ มูรินโญ่: เดอะ สเปเชียล วัน

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมที่ประกาศตัวว่าเป็น "เดอะ สเปเชียล วัน" เขาพิสูจน์ให้เห็นว่า "เกมรับที่ดีคือจุดเริ่มต้นของแชมป์"

  • ผลงานสร้างชื่อ: พา เอฟซี พอร์โต้ คว้าแชมป์ยุโรปในปี 2004 และสร้างสถิติเสียประตูเพียง 15 ลูกในหนึ่งฤดูกาลกับ เชลซี

  • อินเตอร์ มิลาน: พา "งูใหญ่" คว้าทรีเบิลแชมป์ในปี 2010 โดยโค่นบาร์เซโลน่าของเป๊ปในรอบรองชนะเลิศที่เป็นตำนาน

  • จุดเด่น: แท็กติกอล ดิสซิพลิน (วินัยทางกลยุทธ์) และเกมจิตวิทยา มูรินโญ่เก่งในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในทีม ทำให้ผู้เล่นพร้อมสู้ตายเพื่อเขา

ผู้จัดการทีมในตำนาน: จาก เซอร์ อเล็กซ์ ถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

4. เจอร์เกน คล็อปป์: เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือผู้เปี่ยมไปด้วยพลังงานและรอยยิ้ม ผู้ปลุกจิตวิญญาณการเล่นแบบดุดันและเร้าใจ

  • ลิเวอร์พูล (2015–2024): ปลุกยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี และแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6

  • ปรัชญา: เกเก้นเพรสซิ่ง คือการบีบพื้นที่ทันทีที่เสียบอล คล็อปป์เรียกฟุตบอลของเขาว่า "เฮฟวี่ เมทัล" เพราะมันทั้งรวดเร็วและทรงพลัง

  • บุคลิก: เขาไม่ได้สร้างแค่ทีมฟุตบอล แต่สร้าง "ครอบครัว" ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักเตะและแฟนบอลคือจุดแข็งที่สุด

 

5. คาร์โล อันเชล็อตติ: เดอะ เจนเทิลแมน

คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมที่สุภาพและเยือกเย็นที่สุดในวงการ เขาคือเจ้าของสถิติคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุดในโลก

  • ความสำเร็จ: เขาคือคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ครบทั้ง 5 ลีกใหญ่ (อิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สเปน)

  • ปรัชญา: เฟลกซิบิลิตี้ (ความยืดหยุ่น) อันเชล็อตติไม่ได้ยึดติดกับแผนการเล่นเดียว แต่เขาเก่งที่สุดในการปรับจูนทีมให้เข้ากับความสามารถของนักเตะซูเปอร์สตาร์

 

6. อาร์แซน เวงเกอร์: เดอะ โปรเฟสเซอร์

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้ปฏิวัติวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและปรัชญาการเล่นที่สวยงาม

  • อาร์เซนอล (1996–2018): สร้างประวัติศาสตร์แชมป์พรีเมียร์ลีกไร้พ่าย "ดิ อินวินซิเบิลส์" ในฤดูกาล 2003–04

  • นวัตกรรม: เขาเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การซ้อม และนำข้อมูลสถิติมาวิเคราะห์นักเตะ จนถูกขนานนามว่า "เดอะ โปรเฟสเซอร์" (ศาสตราจารย์)


 

บทสรุป

ผู้จัดการทีมเหล่านี้มีสไตล์ที่ต่างกัน เฟอร์กูสัน สร้างอาณาจักร, กวาร์ดิโอล่า สร้างศิลปะ, มูรินโญ่ สร้างป้อมปราการ, คล็อปป์ สร้างพลังงาน, อันเชล็อตติ สร้างสมดุล และ เวงเกอร์ สร้างนวัตกรรม

แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ "ความกระหายในชัยชนะ" และความสามารถในการดึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ออกมา แล้วคุณล่ะ ชอบสไตล์การคุมทีมของใครมากที่สุด?

อ่านเพิ่มเติม

เจาะลึกฟุตบอลโลก 2026: ทำไมมีเจ้าภาพ 3 ประเทศ และทีมชาติ 48 ชาติ ถึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่

โดย บอลเด็ด เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ปี 2026 วงการลูกหนังระดับนานาชาติกำลัง...

อ่านต่อ ...
(การดู 163 ครั้ง)